วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อาหารบำรุงผิวสำหรับสาวผิวแห้ง

       หน้าหนาวนี้สาวๆหลายคนต้องเจอกับปัญหาที่ผิวแห้งขาดความชุมชื่น การใช้ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวอย่างเดียวคงไม่พอวันนี้จึงมีวิธีที่จะรักษาผิวให้ดูชุ่มชื้นมาฝากค่ะ

        คนที่ผิวแห้งต้องดื่มน้ำมากๆและกินอาหาร  ที่มีไขมันดีๆหน่อย เพื่อให้เซลล์แข็งแรงพอจะอุ้มน้ำไว้ได้ เช่นผลอะโวคาโด อะโวคาโด  ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และปกป้องผิวจากอันตรายที่เกิดจากแสงแดด เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี  อะโวคาโด ที่เมืองไทยก็มีมาก  นอกจากนี้ ก็มี น้ำมันมะกอก ทุเรียน  ส่วนลูกพลัม อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันหลีกเลี่ยง การดื่มกาแฟและชาสีดำ พวกอาหารทอดๆ เนยมาการีน จะยิ่งทำให้ผิวแห้ง หรือควรใส่ใจกับอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี  เช่นถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ  ถั่วลันเตา  ถั่วฝักยาว  ถั่วแขก  ตับสัตว์  ไข่  เนย  นมสด  ยีสต์  ฝรั่ง  มะละกอ  ข้าวโพด  ยอดผักต่าง ๆ  ถ้าทำได้สุขภาพผิวของคุณก็จะดีขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ข้อดีและข้อเสียของวิธีกำจัดขน

ผู้หญิงทุกคนอยากได้ผิวที่ขาวเนียนไร้ขนมากวนใจ หลายคนต่างค้นหาวิธีมากำจัดขนซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันมาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีกันดีกว่าค่ะ

++การโกน++
เป็นวิธีที่รวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก มีเพียงใบมีดสะอาดก็โกนขนส่วนเกินออกได้อย่างง่ายดาย

ข้อดี : ใช้ได้กับขนที่ขา และใต้วงแขน ทำให้ผิวดูนุ่มเนียนขึ้น

ข้อเสีย : ต้องทำบ่อย เพราะจะเกิดขนสั้น ๆ ขึ้นเร็วมาก

เคล็ดลับ : ใบมีดที่ใช้โกน ควรเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง
จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลกับผิว นอกจากนี้ก่อนที่จะโกนขน ควรทาครีมหรือเจล เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ทำให้เส้นขนอ่อนนุ่ม จะช่วยให้โกนได้ง่ายขึ้น และควรทำหลังจากอาบน้ำเพราะเส้นขนจะอ่อนนุ่ม หลังโกนเสร็จแล้ว ให้ทาด้วยมอยส์เจอร์
ไรเซอร์หรือครีมบำรุงผิวอีกครั้ง

++การแว็กซ์ขน++
จะใช้ขี้ผึ้งไปจับเส้นขนให้ติดออกมา ซึ่งเป็นการกำจัดขนแบบถึงราก ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มไร้ขน ได้นานประมาณ 1 เดือน

ข้อดี : ช่วยให้ผิวหมดจด เกลี้ยงเกลา ได้นานกว่าการโกนและขนที่ขึ้นมาใหม่จะบางลง ใช้ได้ดีกับขนแนวบิกินี แขน และหน้าท้อง

ข้อเสีย : ค่อนข้างเจ็บตัว และในการแว็กซ์ขนนั้น เส้นขนต้องยาวพอสมควร ที่จะให้ขี้ผึ้งจับเส้นขนติด นอกจากนี้ยังไม่ควรทำในช่วงก่อนมีประจำเดือน 2-3 วันและในระยะที่มีประจำเดือน 2-3 วันแรก และควรระวังไม่ไปโดนแดดแรง ๆเมื่อทำแว็กซ์ขนใหม่ ๆ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย
ที่ทำให้เสียเหงื่อมาก เพราะเหงื่อและแสงแดด อาจทำให้ผิวที่ถอนขนใหม่ ๆ ระคายเคืองได้

เคล็ดลับ : เพื่อป้องกันปัญหาขนคุด หรือขนขึ้นใหม่ที่งอกกลับเข้าไปในเนื้อ ควรนวดหรือขัดผิวบริเวณที่แว็กซ์ขน ด้วยบวบเป็นประจำ เพื่อให้รูขุมขนเปิด ป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและช่วยไม่ให้คันด้วย

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการเพิ่มความเซ็กซี่

        แต่งโป๊ไม่ใช่คำตอบ สาว ๆ ที่อยากเซ็กซี่ไม่ถึงกับต้องแต่งตัวให้โป๊มากมาย หรือโชว์หมดเปลือก แต่ให้เปลี่ยนเป็นโชว์ในแบบพอหอมปากหอมคอ พอลุ้นได้บ้าง เช่น โชว์วับ ๆ แวม ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว แต่ต้องอย่าทำให้ผู้ชายรู้ว่าเราตั้งใจ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น จากเซ็กซี่ก็จะกลายเป็นการทอดสะพานโดยไม่รู้ตัว

          เพิ่มความเซ็กซี่ทางโทรศัพท์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการคุยโทรศัพท์ เราก็สามารถสร้างความเซ็กซี่ได้โดยไม่รู้ตัว เพียงแค่บอกเบา ๆ ว่าเรากำลังอาบน้ำอยู่ ทาครีมอยู่ ง่าย ๆ เพียงเท่านี้ ฝ่ายชายที่ฟังอยู่ก็จินตนาการไปไหนต่อไหนแล้วค่ะว่าเราเซ็กซี่ขนาดไหน

          ผู้หญิงโก๊ะ ๆ ก็เซ็กซี่ได้ ไม่ว่าคุณจะทานไอศกรีม ทานขนมดื่มนม ให้เลอะปากนิด ๆ แล้วเลียริมฝีปาก หรือขนมแบบน่ารัก ๆ ก็สามารถสร้างความน่ารัก ความเอ็นดู เซ็กซี่เล็ก ๆ ให้กับผู้ที่พบเห็นได้ง่าย ๆ แล้วค่ะ

          บางเรื่องก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ ธรรมชาติของผู้ชายต้องการเป็นผู้นำเสมอ ดังนั้น หากเราแกล้งไม่รู้ไปซะบ้างเพื่อเอาใจผู้ชาย ลองพูดจาด้วยเสียงอ้อน ๆ หรือชมเชยเค้าในบางเรื่อง แม้ว่าเรื่องที่เค้าทำอาจจะเป็นเรื่องที่ธรรมดา ทำแบบนี้ไม่ว่าใครก็เป็นต้องหลงเสน่ห์ในตัวคุณค่ะ

          ลองปล่อยตัวตามสบายบ้าง บางครั้งที่มีโอกาสดี ๆ บังเอิญได้ใกล้ชิดกันโดยไม่รู้ตัว ทำไมคุณไม่ลองปล่อยตัวให้สบาย ๆ ให้มีโอกาสเนื้อสัมผัสเนื้อบ้างล่ะ เช่น การเบียดกันในลิฟต์ที่แน่น มันทำให้ผู้ชายรู้สึกได้ถึงความเซ็กซี่เล็ก ๆ แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องไปสัมผัสกับเค้าบ่อยขนาดนั้นนะ ลองหาโอกาสดี ๆ สัมผัสกันบ้างเป็นบางครั้ง มันตื่นเต้นกว่าเป็นไหน ๆ

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิธีดูแลหน้าไม่ให้โทรมเพราะพักผ่อนน้อย

าวๆหลายคนต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้ ทำให้มีเวลาในการพักผ่อนไม่เพียงส่งผลให้ใบหน้านั้นต้องทรุดโทรมก่อนวัยอันควร  วันนี้จึงมีเทดนิดที่จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มาฝากค่ะ

มีปัญหาหน้ามันและมีสิวเห่อ

           ต้องพยายามรักษาหน้าให้แห้งมากขึ้น ด้วยการล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าที่มีสารช่วยลดความมันบนใบหน้า กลุ่ม AHA BHA ซึ่งก็มีข้อควรระวังคือ อาจเกิดอาการระคายเคืองหากไม่เคยใช้มาก่อน ดังนั้นควรเริ่มใช้จากปริมาณและความถี่น้อย  ๆ ก่อนสักระยะ และควรพบแพทย์หากมีสิวมากขึ้นเพื่อรับยากลุ่มยาฆ่าเชื้อทั้งรูปทาหรือทาน เพื่อไม่ให้มีสิวอักเสบมากเกินไป เนื่องจากสิวอักเสบเหล่านี้จะทิ้งแผลและรอยดำในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการล้างหน้าบ่อยขึ้น หรือแกะ บีบสิว เนื่องจากจะทำให้อาการโดยรวมยิ่งแย่ลง จนกลายเป็นหลุมสิวหรือสิวอักเสบเรื้อรังในที่สุด

  ผิวแพ้มาก

           มีอาการแสบ แห้ง ลอก หรืออาการแพ้ ผื่นคัน ควรหาครีมบำรุงที่ไม่กระตุ้นการเกิดสิวมาใช้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวที่อ่อนแอและสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ซึ่งครีมบำรุงนี้จะทำให้อาการแสบแดงแห้งลอกทุเลาลงได้ นอกจากนั้นควรหาครีมที่มีส่วนประกอบของสารออกฤทธิ์กดการสร้างของเซลล์เม็ดสี เช่นวิตามินซีมาใช้ รวมถึงทานวิตามินเสริมในกลุ่มวิตามินซี วิตามินบี วิตามินอี และกลูตาไธโอน เพื่อยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่มากขึ้นในช่วงเวลาที่พักผ่อนน้อย

หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด ๆ

           หากต้องถูกแดดเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็ควรจะใช้ครีมกันแดดชนิดมีค่า SPF สูง ๆ และ PA +++ เนื่องจากช่วงนี้ผิวหน้าอ่อนแอมาก และมีปัจจัยที่ทำให้ดำคล้ำได้ง่าย ถ้ายิ่งถูกแดดก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผิวดำคล้ำมากขึ้น นอกจากนี้ ข้อดี คือ ช่วยลดความมันของผิวและไม่กระตุ้นให้เกิดสิวอีกด้วย

พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


           หากปัญหาการแพ้หรือสิวเป็นมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์แต่เนิ่น  ๆ เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลาม แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกดสิวหรือฉีดสิวโดยไม่จำเป็น เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาระยะยาวได้มาก ทั้งเรื่องหลุมสิว รอยดำ และปัญหาสิวเรื้อรัง

ดื่มน้ำให้มาก

           ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมากขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องจากช่วงนี้ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย จากการที่กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันและ Collagen ของผิวหนังอ่อนแอลง

 ที่มา : http://women.kapook.com/view32405.html

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การแก้ไขผมหงอกก่อนวัย

   แพทย์ผิวหนังและภูมิแพ้ได้อธิบายถึงต้นกำเนิดผมขาวว่าเกิดจากการที่เม็ดสี หรือเมลานินบริเวณต่อมใต้ผิวหนังที่ทำให้เส้นผมมีสีนั้นเสื่อมหรือลดจำนวนลง จึงทำให้เส้นผมไม่ผลิตสี และทำให้ผมมีสีขาว หยาบ และแลดูไม่เป็นประกาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเกิดจากคนสูงอายุ โดยจากสถิติในคนไทยจะเริ่มมีผมหงอกตั้งแต่อายุ 40-60 ปี ซึ่งผมหงอกประเภทนี้จะไม่สามารถกลับคืนเป็นสีดำได้อีก แต่สำหรับผมหงอกที่เกิดขึ้นก่อนวัย 30 หรือ 30 ต้นๆ นั้น ถือว่าเป็นการเกิดผมหงอกก่อนวัย ซึ่งเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่นเป็นโรคเบาหวาน โลหิตจาง ต่อไธรอยด์ บาดเจ็บ โรคของระบบประสาท โรคด่างขาว โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ การล้มป่วยบางอย่าง เช่น ไข้มาเลเรีย ไข้หวัดใหญ่ หรือแม้แต่ความเครียด เป็นต้น ซึ่งอาการผมขาวในลักษณะนี้ผมสามารถกลับมาเป็นสีดำได้อีกเมื่อโรคและอาการ เจ็บป่วยดังกล่าวหายไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สาวๆ หนุ่มๆ วัยเลข 3 ก็สามารถชะลอการเกิดผมขาวให้คงผมสวยได้นานยิ่งขึ้น ด้วยการดูแลสุขภาพเส้นผมให้ดีอยู่เสมอ ...

อาหารผมที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความเงางามเป็นประกาย และชะลอการเกิดผมหงอกของคนวัยเลข 3 นั้นยังคงต้องยกนิ้วให้น้ำมันจากผลอโวคาโด เนื่องจากอุดมด้วยวิตามินบี 5 ที่มีส่วนสำคัญในการชะลอการเกิดผมหงอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้ผมดูดำและสีเข้มสวยเลดูเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้เส้นผมยังคงต้องการวิตามินและสารอาหารอีกหลากหลายชนิดในการบำรุงรักษาและปรุงแต่งเส้นผมให้สวยอย่างไร้ที่ติด ดังนี้
1.) วิตามินบีรวม ช่วยขับน้ำตามธรรมชาติ ให้หล่อเลี้ยงผมให้เงางาม สุขภาพดี
2.) วิตามินเอ บำรุงหนังศีรษะ ช่วยลดอาการผมร่วง
3.) วิตามินซี ช่วยให้ผมสวย มีน้ำหนัก
4.) วิตามินอี ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงศีรษะมากขึ้น
5.) โปรตีน ช่วยผลิตเซลล์สีผม ทำให้ชะลอการเกิดผมขาว แนะนำให้รับประทานโปรตีนจากไข่ ควรรับประทานไข่ในยามเช้าเพราะไข่จะไปช่วยเรื่องโครงสร้างของเส้นผม ให้เส้นผมแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดี
6.) Fatty Acids หรือกรดไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรดไขมันจำเป็นที่ได้จากปลา หรือโอเมก้า 3 เพราะน้ำมันปลาจะเป็นน้ำมันที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งจะช่วยให้ผมดกดำ เป็นเงา ทั้งยังให้ผลพลอยได้ในเรื่องการบำรุงสมองและควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด อีกด้วย
7.) แคลเซียม อาหารที่มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงผมให้เงางามสุขภาพดี
8.) สังกะสี ช่วยให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก
9.) ดื่มน้ำเปล่า (น้ำสะอาด) มากๆ อย่างน้อยที่สุดให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะจะไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ทั้งเซลล์ผิวและเซลล์ผม ทำให้ผมไม่แห้ง แลดูเป็นเงา
10.) หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์จัด
11.) ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนสาเหตุผมขาวจากความเครียดนั้น วิธีแก้ไขก็คือ พยายามผ่อนคลายความเครียดเสียเท่านั้นเองค่ะ หากไม่อยากแก่ก่อนวัยอันควร และผู้หญิงมักจะเครียดจนผมหงอกได้ง่ายกว่า

วิธีใช้สมุนไพรแก้อาการผมหงอก


วิธีที่หนึ่ง

ใช้ใบบัวบกสดทั้งต้น 1 กก. เติมน้ำ 1 ลิตร ปั่นให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำกับน้ำมันมะพร้าว 1 แก้ว เคี่ยวจนน้ำระเหยหมด นำน้ำมันที่ได้ชโลมผมหรือนวดหนังศรีษะทิ้งไว้นาน 15 นาที จึงล้างออก

วิธีที่สอง

เอาบอระเพ็ดสด 3 กก. คั้นเอาแต่น้ำนำมาคั้น มะพร้าวขูด 1 กก. เอาน้ำขึ้นตั้งไฟ เติมขิงสด 1 กำมือ เคี่ยวจนได้น้ำมัน มากรองด้วยผ้าขาวบาง ได้น้ำมันไปชโลมเส้นผม หรือนวดหนังศรีษะ 15 นาที แล้วจึงล้างออก

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิธีแก้ไขรักแร้ดำคล้ำ

รักแร้ดำคล้ำ เป็นปัญหาที่สาวๆทุกคนเจอแล้วไม่รู้จะรักษาอย่างไร ถ้าไปพบหมอก้เสียค่าใช้จ่ายมาก วันนี้เลยที่เทคนิกง่ายๆมาแนะนำ และประหยัดด้วยน่ะ
หลีกเลี่ยงการเช็ดถูแรง ๆ บริเวณผิวใต้วงแขน
หยุด ใช้สารเคมีที่ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ เช่น ถ้าแพ้น้ำหอม ก็ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนชนิดที่ไม่มีสารสร้างกลิ่นหอมที่ระบุว่า "Fragrance-Free" โดยสังเกตส่วนประกอบสำคัญบนฉลาก หากมีชื่อสารที่แพ้ ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาระงับกลิ่นแบบอื่นแทน แต่ถ้าเกิดอาการดำมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นให้ปรึกษาแพทย์ทันทีหันมาลองใช้สูตรสมุนไพรธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ใต้วงแขนขาวเนียนดีกว่า

สูตรเด็ดที่ทำให้วงแขนขาวเนียน
มะขาม แนะนำให้ใช้มะขามเปียก ผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อยมาทาทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก นอกจากจะทำให้ผิวขาวใสแล้ว ยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่มได้อีก

มะนาว นำมะนาวมาถูรักแร้ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออก ส่วนมะนาวที่เหลือยังใช้ถูตามข้อพับ หัวเข่า และข้อศอกที่ดำ ๆ ได้อีกด้วย

เกลือสปา ใช้เกลือขัดผิวถูเบา ๆ เน้นว่าเบา ๆ ไม่เช่นนั้นเกลืออาจจะบาดรักแร้เอาได้

วิธีที่แนะนำไม่ยากจนเกินไปใช่ไหม ? ลองนำไปปฏิบัติตามดูได้ เพื่อวงแขนที่ขาวเนียน.

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

ทำไงดีผิวหน้าหยาบกร้าน

สาวๆหลายคนอาจมีปัญหาผิวหน้าที่หยาบกร้านไม่น่าสัมผัส วันนี้มีวิธีทำให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม น่าสัมผัสมาบอกกันค่ะ เป็นสูตรง่ายหาสิ่งที่มีอยู่ในบ้าน
สิ่งที่ต้องใช้คือ
             กล้วยหอม ½ ลูก
             น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนชา

       วิธีทำ...

            นำกล้วยหอมที่เตรียมไว้มาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั่นให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จนเป็นเนื้อครีมละเอียด จากนั้น ให้คุณล้างหน้าให้สะอาดตามปกติ แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า (ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา และริมฝีปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ถ้าเป็นไปได้ คุณควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็น เพราะจะช่วยทำให้ผิวหน้าคุณชุ่มชื่นขึ้น
หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่   http://www.kapook.com/